บทที่ 3 รักชีวิต อยู่ให้ไกลจากผู้ชายเลว ๆ
คำพูดของพศินทำให้กานดารู้สึกอึดอัดใจ แต่เมื่อพ่อแม่บีบบังคับเธอ เธอก็เกิดความคิดจะฆ่าตัวตายขึ้นมาจริง ๆ
พศินดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดกับกานดาว่า "ถ้าคุณไม่รู้ว่าความหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร งั้นผมจะพาคุณไปที่หนึ่งนะ"
"ที่ไหน?" กานดาถามด้วยความสงสัย
พศินไม่ได้อธิบายอะไรให้กานดาฟัง แต่เดินไปที่เบาะคนขับ แล้วดึงกานดาออกมาจากตำแหน่งคนขับ
" มันคือสถานที่ที่ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้" พศินขยิบตาให้กานดา แล้วสตาร์ทรถ
พศินรู้สึกเหมือนได้ชีวิตคืนมาเมื่อได้สัมผัสพวงมาลัยอีกครั้ง ตราบใดที่ตำแหน่งคนขับไม่ใช่ของกานดา เขาก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ยังปลอดภัยดีอยู่
ระหว่างการเดินทาง คอปป์โทรเข้ามาหาเธอ เธอมองหน้าจอแล้วลังเลว่าจะรับหรือไม่
"ถ้าคุณไม่อยากรับสาย ก็วางซะ หรือปิดเครื่องไปเลย เสียงโทรศัพท์ของคุณฟังแล้วน่ารำคาญ หรือคุณคิดว่าเสียงเรียกเข้าของคุณมันไพเราะ?" พศินยักไหล่แล้วบ่นออกมา
กานดาเหลือบมองพศินแล้วกดรับสาย
พอกดรับสาย ก็ได้ยินเสียงด่าทอด้วยความหงุดหงิดจากคอปป์
"นังผู้หญิงโง่ เมื่อไหร่จะมา! ฉันติดต่อหมอที่ดีที่สุดไว้แล้ว เธอยังอยากแต่งงานหรือเปล่า! ปาลินยังรอเธออยู่!" เสียงของคอปป์ทำให้กานดาจับโทรศัพท์แน่นขึ้น จนปลายนิ้วขาวซีด
กานดาโกรธจนริมฝีปากสั่น แต่เธอพูดอะไรไม่ออก
พศินที่กำลังขับรถรู้สึกหงุดหงิดมาก เขาแย่งโทรศัพท์จากมือกานดา พลางตะคอกใส่ปลายสายว่าว่า "งั้นก็ปล่อยให้นังนั่นตายไปซะ แล้วนายก็ไปตายด้วยกันเลย"
พศินพูดจบก็โยนโทรศัพท์ออกไปนอกหน้าต่างทันที
กานดาตกตะลึงขึ้นมาทันที ดึงมือเขาไว้ "หยุดรถเร็ว!"
พศินขมวดคิ้วมองกานดาแล้วถาม "คุณยังคิดถึงไอ้ขยะนั่นที่ทำร้ายคุณอยู่อีกเหรอ?"
"ฉันแค่เสียดายโทรศัพท์! นั่นมันโทรศัพท์ใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อ!" กานดาโกรธมาก ไอ้คนนี้นี่แค่วางสายก็พอแล้ว ทำไมต้องโยนโทรศัพท์เธอทิ้งด้วย? ของที่ไม่ใช่ของตัวเองก็ไม่รู้จักหวงแหนเลยใช่ไหม?
พศินหยุดรถด้วยความอึดอัด แล้วย้อนกลับไป หาโทรศัพท์ของกานดาข้างทาง
ตอนนี้โทรศัพท์แตกเป็นเสี่ยง ๆ เปิดไม่ติดแล้ว
กานดาถือซากโทรศัพท์ไว้ในมือ เศร้าใจจนอยากจะร้องไห้อีกแล้ว
พศินอึดอัดใจลูบจมูก "ขอโทษจริง ๆ เมื่อกี้คำพูดของไอ้ขยะนั่นทำให้ผมโกรธมาก สติหลุดไปชั่วขณะ ลืมไปว่านี่ไม่ใช่โทรศัพท์ผม แต่ซิมการ์ดยังอยู่ ผมจะซื้อเครื่องใหม่ให้คุณนะ"
กานดาไม่ตอบ แต่กลับเข้าไปนั่งในรถ เธอรู้สึกว่าวันนี้โชคร้ายจริง ๆ ไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้เธอรู้สึกราบรื่นเลย
แต่สิ่งที่กานดาไม่คิดไม่ถึงก็คือ เรื่องโชคร้ายยังมีต่อไป
พศินพากานดามาที่โรงงานร้าง ที่นี่มีปล่องไฟขนาดใหญ่มาก
พศินพากานดาขึ้นไปที่ยอดปล่องไฟ
กานดามองลงไปในปล่องไฟ ข้างในมืดสนิท เธอไม่สงสัยเลยว่าถ้าตกลงไป ร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แน่นอน
"คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม? ฉันไม่คิดว่าที่นี่จะช่วยให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นยังไงเลย" กานดามองพศินด้วยความสงสัย
"คุณอยากรู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไรไม่ใช่เหรอ? กระโดดลงไปจากตรงนี้ ช่วงเวลานั้น อะดรีนาลีนพุ่งขึ้น บวกกับความกลัวตาย จะทำให้คุณเข้าใจว่าความยากลำบากทั้งหมดในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีค่าเท่าชีวิต" พศินยิ้มให้กานดา
แต่กานดาคิดว่าหมอนี่บ้าแน่ ๆ
"ถ้าคุณอยากตาย คุณก็กระโดดเลย อย่าลากฉันไปด้วย" กานดาหันหลังจะเดินออกไป แต่ถูกพศินจับไว้
วินาทีต่อมา พศินกอดกานดา แล้วทั้งคู่ตกลงไปในปล่องไฟใหญ่
"ไม่!" ความรู้สึกหนักอึ้งบีบคั้นหัวใจจนกานดาเผลอกรีดร้องออกมา ชั่วขณะนั้นเองที่ความกลัวตายแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
แต่ก่อนที่กานดาจะรู้สึกสิ้นหวัง เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอชนกับตาข่ายใหญ่ นุ่ม ๆ แล้วตาข่ายนั้นทำให้พวกเขาดีดขึ้น แล้วตกลงมาบนตาข่ายอีกครั้ง เหมือนกับการเล่นแทรมโพลีน
กานดาจึงกล้าที่จะมองลงไป ปรากฏว่าตรงกลางปล่องไฟแขวนตาข่ายใหญ่ที่มีความยืดหยุ่น ตาข่ายนี้แหละที่รับประกันความปลอดภัยของพวกเขา
"เป็นไงบ้าง? ผมพูดถูกใช่ไหม? ตอนนี้คุณยังอยากตายอีกไหม?" พศินหัวเราะออกมา ที่ตอบเขากลับคือเสียงกรีดร้องของกานดา
"พศิน นายมันบ้า!" กานดาผมยุ่งเหยิง จ้องพศินด้วยความโกรธ แต่ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มน่ารำคาญนั่น
"เอาล่ะ อย่างน้อยตอนนี้คุณผ่อนคลายมากขึ้นแล้วใช่ไหม?" พศินยิ้มมองกานดา
กานดาหายใจหอบ รู้สึกกลัวตาย ทำให้เธอปล่อยวางความไม่พอใจทั้งหมดจริง ๆ ตอนนี้เธอรู้สึกผ่อนคลายมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมรับเจตนาดีของพศิน
"งั้นตอนนี้คุณพศิน ช่วยบอกฉันหน่อยว่า เราจะลงไปได้ยังไง?" กานดาจ้องตาถาม
กานดาแน่ใจว่าในปล่องไฟนี้นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว จะไม่มีคนที่สาม พวกเขาสองคนจะออกจากปล่องไฟใหญ่นี้ได้ยังไง?
"ผมลืมเรื่องนี้ไป" รอยยิ้มของพศินแข็งทื่อขึ้นมาทันที ตบหน้าผากด้วยความหงุดหงิด
ก่อนที่กานดาจะโกรธอีกครั้ง พศินรีบควักโทรศัพท์ออกมา
"รอสักครู่ ผมติดต่อเจ้าหน้าที่ของพวกเขาก่อน" พศินโทรออกไป แต่อีกฝั่งบอกว่าจะมาได้เช้าวันรุ่งขึ้นเท่านั้น
พศินวางสายแล้วยักไหล่ "ดูเหมือนเราจะต้องอยู่ที่นี่คืนหนึ่ง แต่โชคดีที่ตอนกลางคืนที่นี่ไม่หนาวมาก"
"ชะตาชีวิตของฉันเมื่อไหร่ที่เข้าใกล้ผู้ชายจะโชคร้ายเสมอ" กานดานอนบนตาข่ายด้วยความหมดกำลังใจ มองท้องฟ้าผ่านปล่องไฟ ตอนนี้ใกล้พระอาทิตย์ตก ท้องฟ้ามีเมฆสีแดงลอยอยู่
"เจ้าหญิงดิสนีย์ก่อนจะเจอรักแท้ก็โชคร้ายกันทั้งนั้นแหละ" พศินยักไหล่ แต่กานดาไม่อยากสนใจเขาแล้ว
พอเวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน เนื่องจากแรงโน้มถ่วง ในขณะที่หลับกานดาก็เอนไปชิดตัวพศิน พิงอยู่ในอ้อมแขนเขา
แสงจันทร์ส่องเข้ามาจากข้างนอก ส่องลงบนผิวของกานดา ใบหน้าอันสงบของเธอดูเหมือนเปล่งแสงขาวออร่า
พศินมองหน้ากานดา ช่วงเวลานี้กานดาดูเหมือนเจ้าหญิงที่ตกทุกข์ได้ยากจริง ๆ
พศินจูบหน้าผากของกานดาเบา ๆ มุมปากเขายิ้มเล็กน้อย แล้วหลับตาลงหลับไปพร้อมกับเธอ
ในเวลานี้ อีกฟากหนึ่ง คอปป์ยังคงพยายามโทรหากานดาอยู่ แต่โทรเท่าไหร่ก็โทรไม่ติด ทำให้เขาโกรธจนต้องปาโทรศัพท์ "นังเลว! กล้าไม่รับโทรศัพท์กู!"
